Google Hotel Ads vs Performance Max for Travel Goals: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับโรงแรมในปี 2026

Updated: Sep 24

ในปี 2026 ยังมีดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสายโรงแรมและนักการตลาดสายโรงแรมจำนวนไม่น้อยเลย ที่ยังเข้าใจว่า Google Hotel Ads และ Performance Max for Travel Goals คือเครื่องมือเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงนั้น ทั้งสองโซลูชั่นถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ทั้งในด้านการทำงาน, รูปแบบการแสดงผล (Placement), และกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเข้าถึง
การเลือกใช้งานให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้โรงแรมสามารถวางกลยุทธ์การตลาดได้ตรงตามเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มยอดจองตรงผ่านเว็บไซต์ (Direct Booking) หรือการสร้างการรับรู้และขยายฐานลูกค้าใหม่ผ่านเครือข่ายของ Google
เนื้อหาเยอะไป ! อยากเลือกอ่านเฉพาะบางหัวข้อ :)
Google กำลังเปลี่ยนวิธีที่นักท่องเที่ยวจองโรงแรม
Performance Max for Travel Goals คืออะไร ?
Google Hotel Ads vs Performance Max for Travel Goals ต่างกันอย่างไร ?
Google Hotel Ads หรือ Performance Max for Travel Goals ควรเลือกอะไร?
กลยุทธ์ Full-Funnel สำหรับโรงแรม

Google กำลังเปลี่ยนวิธีที่นักท่องเที่ยวจองโรงแรม
ในปัจจุบัน ผู้ใช้งานส่วนใหญ่เริ่มต้นการค้นหาที่พักผ่าน Google ไม่ว่าจะเป็น Google Search, Google Maps หรือ Google Travel ก่อนตัดสินใจจองผ่านเว็บไซต์โรงแรมหรือ OTA ต่าง ๆ
เพื่อช่วยให้โรงแรมเข้าถึงผู้ที่กำลังมองหาที่พัก Google มีโซลูชันหลักอยู่ 2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่
Google Hotel Ads
Performance Max for Travel Goals
แม้ทั้งสองโซลูชั่นจะช่วยเพิ่มยอดจองโดยตรง (Direct Booking) ได้เหมือนกัน แต่จะมีวิธีทำงาน, วัตถุประสงค์, รวมไปถึงฟังก์ชั่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งเราจะพามารู้จักเครื่องมือทั้งสองกันว่าคืออะไร ทำงานแบบไหน และแตกต่างกันยังไงบ้าง

Google Hotel Ads คืออะไร
Google Hotel Ads คือ ระบบโฆษณาสำหรับโรงแรมที่ช่วยแสดงราคาห้องพักและห้องว่างแบบ Real-Time บนแพลตฟอร์มของ Google โดยผู้ใช้งานสามารถเปรียบเทียบราคาจากหลายช่องทางได้ภายในหน้าเดียว ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ของโรงแรมโดยตรง หรือ OTA ต่าง ๆ เช่น Agoda, Expedia และ Booking.com เป็นต้น
รูปแบบโฆษณานี้จะเหมาะสำหรับโรงแรมที่ต้องการเข้าถึงผู้ใช้งานที่มีความตั้งใจจองห้องพักอยู่แล้ว (High Booking Intent) เนื่องจากผู้ค้นหากำลังอยู่ในขั้นตอนเปรียบเทียบราคาและตัดสินใจเลือกที่พัก
Google Hotel Ads ทำงานอย่างไร
โดย Google Hotel Ads สามารถแสดงผลได้บน Google Search, Google Maps และ Google Travel พร้อมเปิดโอกาสให้โรงแรมแข่งขันกับ OTA ได้โดยตรง ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดจองผ่านเว็บไซต์ของโรงแรมเอง และลดการพึ่งพาช่องทางตัวกลางในระยะยาว

Google Hotel Ads แสดงผลที่ไหนบ้าง
Google Search
Google Maps
Google Travel
Hotel Knowledge Panel
ข้อดีของ Google Hotel Ads
แสดงราคาห้องพักและจำนวนห้องว่างแบบ Real-Time
เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานเปรียบเทียบราคากับ OTA ได้ในหน้าเดียว
เพิ่มโอกาสในการสร้างยอดจองตรงผ่านเว็บไซต์โรงแรม (Direct Booking)
เข้าถึงผู้ที่มีความต้องการจองห้องพักสูงและพร้อมตัดสินใจ
ช่วยลดการพึ่งพา OTA และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากช่องทางตรง
เหมาะสำหรับโรงแรมที่ต้องการเน้นผลลัพธ์ด้านยอดจองและผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI)
สิ่งที่ต้องมีในการใช้งาน Google Hotel Ads
Google Ads Account
Google Hotel Center
Booking Engine ที่รองรับ เช่น Travelanium, SiteMinder, SynXis เป็นต้น
Price Feed
Availability Feed
Conversion Tracking
Google Hotel Ads เหมาะกับโรงแรมแบบไหน
สำหรับ Google Hotel Ads นั้นเหมาะกับโรงแรมและที่พักที่ต้องการ เข้าถึงผู้ใช้ที่กำลังค้นหาและเปรียบเทียบที่พักในช่วงใกล้ตัดสินใจจอง โดยเฉพาะโรงแรมที่มี Booking Engine ของตัวเอง และต้องการเพิ่ม Direct Booking ลดการพึ่งพา OTA และควบคุม Customer Journey ตั้งแต่การค้นหาไปจนถึงการจอง
โดยเหมาะเป็นพิเศษสำหรับ:
โรงแรมที่ต้องการเพิ่ม Direct Booking ผ่านเว็บไซต์ของตัวเอง
โรงแรมที่มีการแข่งขันด้านราคาและต้องการแสดง Direct Rate ควบคู่กับ OTA
โรงแรมที่มีห้องพักและราคาแบบ Dynamic ซึ่งสามารถเชื่อมต่อข้อมูล Availability และ Rates ได้
โรงแรมที่ต้องการเข้าถึง High-Intent Users ที่กำลังเปรียบเทียบราคาและตัวเลือกที่พักก่อนจอง
ในเชิงกลยุทธ์ Hotel Ads ไม่ได้ทำหน้าที่แทน Search Ads หรือ Performance Max แต่สามารถใช้เสริมกันได้ โดย Hotel Ads เน้นผู้ใช้ที่กำลัง เปรียบเทียบที่พักและราคาเพื่อจอง ขณะที่ Search Ads สามารถครอบคลุม Search Intent ที่กว้างกว่า ฝ่ายขายและ Marketing จึงควรวางบทบาทของแต่ละ Campaign ให้ชัดเจนตาม Customer Journey.

Performance Max for Travel Goals คืออะไร
Performance Max for Travel Goals คือ รูปแบบแคมเปญโฆษณาที่ Google พัฒนาขึ้นสำหรับธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ โดยใช้เทคโนโลยี AI และ Machine Learning ของ Google เพื่อกระจายโฆษณาไปยังทุกช่องทางสำคัญภายใต้แคมเปญเดียว ไม่ว่าจะเป็น Search, YouTube, Display, Discover, Gmail และ Maps
Performance Max for Travel Goals ทำงานอย่างไร
สำหรับโรงแรม แคมเปญประเภทนี้สามารถดึงข้อมูลจาก Hotel Property Feed และ Google Business Profile (GMB) เพื่อช่วยให้ระบบเข้าใจข้อมูลของที่พักและนำเสนอโฆษณาได้อย่างเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อผ่าน Google Hotel Center เหมือนกับตัว Google Hotel Ads
ด้วยความสามารถในการทำงานแบบอัตโนมัติ Performance Max for Travel Goals จึงเหมาะสำหรับโรงแรมที่ต้องการขยายการเข้าถึงลูกค้าใหม่ เพิ่มการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) และสร้างความต้องการในการจอง (Demand Generation) ผ่านเครือข่ายของ Google ได้อย่างครอบคลุม

Performance Max for Travel Goals แสดงผลที่ไหนบ้าง
Google Search
Google Display Network
YouTube
Discover
Gmail
Google Maps
ข้อดีและข้อจำกัดของ Performance Max for Travel Goals
เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ได้กว้างขึ้นผ่านทุกช่องทางของ Google
ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อหรือจัดการผ่าน Google Hotel Center
ใช้ AI ของ Google ในการค้นหาและเข้าถึงผู้มีแนวโน้มจองโรงแรมสูง
ช่วยเพิ่มทั้ง Brand Awareness และ Demand Generation ได้ภายในแคมเปญเดียว
ช่วยลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการหลายแคมเปญ ด้วยการรวมทุกช่องทางไว้ในที่เดียว
เหมาะสำหรับโรงแรมที่ต้องการเพิ่มยอดการมองเห็น ควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสในการจองโดยตรง
แต่อย่างไรก็ตาม Performance Max for Travel Goals นั้นก็มีข้อจำกัดอยู่บ้างเล็กน้อย เช่น
ไม่สามารถแสดงราคาห้องพักแบบ Real-Time ได้
ไม่สามารถเปรียบเทียบราคากับ OTA ได้
ไม่สามารถแสดง Hotel Price Module บน Google Travel
Performance Max for Travel Goals เหมาะกับโรงแรมแบบไหน
Performance Max for Travel Goals เหมาะกับโรงแรมที่ต้องการใช้ Google AI เพื่อเพิ่ม Direct Booking และเข้าถึงนักเดินทางในหลายช่วงของ Customer Journey โดยเฉพาะโรงแรมที่มีข้อมูล Hotel และ Booking Feed พร้อมใช้งาน และต้องการขยายการเข้าถึงมากกว่าการจับ Search Intent เพียงอย่างเดียว
เหมาะกับโรงแรมที่:
ต้องการ เพิ่ม Direct Booking และ Conversion Value ผ่านช่องทางออนไลน์
ต้องการเข้าถึง Potential Guests นอกเหนือจากผู้ที่กำลัง Search อยู่แล้ว
มี Hotel Feed และ Booking Engine ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Google ได้
มี Image และ Video Assets สำหรับสื่อสารโรงแรม ห้องพัก Facilities และ Offers
ต้องการใช้ Google AI เพื่อค้นหาและ Optimize ผู้ใช้ที่มีแนวโน้มจอง
ต้องการโปรโมต ห้องพัก, Offers หรือ Packages ไปยังนักเดินทางในหลายช่วงของ Customer Journey
ต้องการขยายการเข้าถึงผ่าน Google Search, Maps, YouTube, Display และช่องทางอื่น ๆ ของ Google ใน Campaign เดียว

Google Hotel Ads vs Performance Max for Travel Goals ต่างกันอย่างไร
แม้ทั้ง Google Hotel Ads และ Performance Max for Travel Goals จะช่วยโรงแรมเพิ่ม Direct Booking ได้ แต่มีบทบาทใน Customer Journey แตกต่างกัน โดย Hotel Ads เน้นเข้าถึงผู้ใช้ที่กำลัง ค้นหาและเปรียบเทียบโรงแรมหรือราคา ขณะที่ Performance Max for Travel Goals ใช้ Google AI และ Hotel Feed เพื่อขยายการเข้าถึงผู้ใช้ผ่านหลายช่องทางและ Optimize ไปยัง Conversion ตามเป้าหมายของ Campaign
ความแตกต่างด้าน Search Intent
Google Hotel Ads เน้นผู้ใช้ที่มี High Booking Intent ซึ่งกำลังค้นหา เปรียบเทียบโรงแรม หรือดูราคาเพื่อเตรียมตัดสินใจจอง ขณะที่ Performance Max for Travel Goals สามารถเข้าถึงผู้ใช้ในหลายระดับของ Intent และใช้ Google AI ค้นหาผู้ที่มีแนวโน้มเกิด Conversion
ความแตกต่างด้าน Placement
Hotel Ads เน้นการแสดงผลในบริบทที่เกี่ยวข้องกับ Hotel Search และการเปรียบเทียบราคาโรงแรม ส่วน Performance Max for Travel Goals สามารถกระจายโฆษณาไปยัง Google Search, Maps, YouTube, Display และช่องทางอื่น ๆ ของ Google เพื่อเข้าถึงผู้ใช้ในหลาย Touchpoints
ความแตกต่างด้าน Hotel Data และ Price Feed
ทั้งสองรูปแบบสามารถใช้ข้อมูลจาก Hotel Feed แต่บทบาทแตกต่างกัน โดย Hotel Ads ให้ความสำคัญกับ Room Availability, Rates และ Booking Links เพื่อแสดงตัวเลือกการจอง ขณะที่ Performance Max for Travel Goals สามารถนำ Hotel Data มาผสานกับ Creative Assets, Audience Signals และ Conversion Data เพื่อช่วยให้ระบบ Optimize การแสดงโฆษณาตามเป้าหมาย
ความแตกต่างด้าน Customer Journey
Hotel Ads เหมาะกับช่วง Consideration ถึง Conversion เมื่อผู้ใช้มีความต้องการจองค่อนข้างชัดเจนแล้ว ขณะที่ Performance Max for Travel Goals สามารถครอบคลุม Customer Journey ได้กว้างกว่า ตั้งแต่ Discovery และ Consideration ไปจนถึง Conversion ทำให้ทั้งสองสามารถทำงานเสริมกันภายใน Full-Funnel Strategy ของโรงแรมได้
เพื่อช่วยให้เข้าใจและเห็นถึงความแตกต่างระหว่าง Performance Max for Travel Goals และ Google Hotel Ads ได้ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงการเข้าถึง Feature ต่างๆ ด้วยตารางเปรียบเทียบระหว่างสองเครื่องมือนี้
Feature | Google Hotel Ads | PMax Travel |
Google Hotel Center | Required | Not Required |
Live Room Rates | ✅ | ❌ |
Room Availability | ✅ | ❌ |
OTA Price Comparison | ✅ | ❌ |
Google Travel | Full Access | Limited |
Search | ✅ | ✅ |
Maps | ✅ | ✅ |
Display | ❌ | ✅ |
YouTube | ❌ | ✅ |
Discover | ❌ | ✅ |
Google Hotel Ads หรือ Performance Max for Travel Goals ควรเลือกอะไร
คำถามต่อมา .. แล้วทางทีมโรงแรมหรือนักการตลาดจะรู้ได้ไงว่าควรเลือกใช้เครื่องมือไหน เพื่อให้ตอบโจทย์กับความต้องการหรือบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ดี ?
เลือก Google Hotel Ads ได้เลย เมื่อต้องการสิ่งเหล่านี้
ต้องการเพิ่ม Direct Booking
ต้องการแข่งกับ OTA โดยตรง
มี Booking Engine อยู่แล้ว
มี Price Feed และ Availability Feed
เลือก Performance Max Travel ได้เลย หากต้องการสิ่งเหล่านี้
ต้องการสร้าง Brand Awareness ควบคู่ไปด้วย
ต้องการเข้าถึงลูกค้าใหม่ด้วย AI
ต้องการเริ่มต้นโฆษณาของโรงแรมอย่างรวดเร็ว
ไม่มี Hotel Center แม้งกระทั่ง Access ในการเข้าใช้งาน
ใช้ Google Hotel Ads และ Performance Max ร่วมกันได้หรือไม่
จากสถิติ ! โรงแรมส่วนใหญ่มักได้ผลลัพธ์ดีที่สุดเมื่อใช้ทั้ง 2 เครื่องมือร่วมกัน เพราะจะเป็นการหาลูกค้ารวมถึงสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้าไปพร้อมกัน โดยเริ่มตั้งแต่ Funnel บนสุดลงไปจนถึงล่างสุดเลย เพราะฉะนั้นไม่ควรเลือกใช้เพียงเครื่องมือเดียว หากไม่ได้ติดขัดในเรื่องของ Access ต่างๆ เช่น ทางทีมไม่มีหรือไม่สามารถเข้าใช้งานในส่วนของ Google Hotel Center ได้เลย ก็อาจจะใช้ได้เพียงแค่ Performance Max Travel ได้เพียงอย่างเดียว

กลยุทธ์ Full-Funnel สำหรับโรงแรม
การทำการตลาดสำหรับโรงแรมไม่ควรพึ่งพา Campaign เดียว แต่ควรวาง Full-Funnel Strategy ให้แต่ละ Campaign มีบทบาทตาม Customer Journey ตั้งแต่การสร้าง Demand ไปจนถึงการกระตุ้น Direct Booking โดยสามารถผสาน Demand Gen, Search Ads, Hotel Ads และ Performance Max for Travel Goals เข้าด้วยกัน โดยทาง AEC แนะนำกลยุทธ์ Full-Funnel สำหรับโรงแรม ดังนี้
Upper & Middle Funnel
เลือกใช้ Performance Max for Travel Goals ซึ่งจะเน้นไปที่การสร้างการรับรู้ Awareness รวมไปถึงสร้าง Demand พร้อมหาลูกค้าใหม่ๆ ไปพร้อมกัน
Lower Funnel
เลือกใช้ Google Hotel Ads เพื่อเน้นดักจับลูกค้าที่กำลังค้นหาหรือเปรียบเทียบราคาอยู่ ซึ่งเป็นลูกค้าที่พร้อมจอง
Brand Search
เลือกใช้ Search Campaign โดยเน้นโฟกัสเฉพาะ Brand Terms เพื่อป้องกันการแย่งลูกค้าจาก OTA พร้อมทั้งช่วยเพิ่มอัตราการจองตรงผ่านเว็บไซต์โรงแรมให้ได้เพิ่มมากขึ้น
Google Hotel Ads และ Performance Max ควรใช้งบประมาณอย่างไร
การแบ่งงบระหว่าง Google Hotel Ads และ Performance Max for Travel Goals ไม่ควรกำหนดเป็นสัดส่วนตายตัว แต่ควรพิจารณาจาก Booking Intent, Conversion Volume, Average Booking Value และเป้าหมายด้าน Direct Booking ของโรงแรม
โดย Hotel Ads เหมาะกับการ Capture Existing Demand จากผู้ใช้ที่กำลังค้นหาและเปรียบเทียบที่พัก ส่วน Performance Max เหมาะกับการ ขยาย Demand และเข้าถึง Potential Guests ผ่านหลายช่องทางของ Google ดังนั้นการจัดสรรงบควรสะท้อนบทบาทของแต่ละ Campaign ใน Customer Journey
แนวทางการแบ่ง Budget
Hotel Ads: ให้น้ำหนักกับงบสำหรับกลุ่มที่มี High Booking Intent และต้องการเพิ่ม Direct Booking
Performance Max: จัดงบเพื่อ ขยาย Reach และสร้าง Incremental Conversion จากผู้ใช้ใน Funnel ที่กว้างขึ้น
หากโรงแรมมี Search Demand และ Booking Volume สูง อาจให้น้ำหนักกับ Hotel Ads มากขึ้น
หากต้องการ ขยายตลาดหรือเข้าถึง New Audience อาจเพิ่มสัดส่วน Budget ให้ Performance Max
ควรประเมินจาก CPA, ROAS, Conversion Value และ Incremental Performance มากกว่าดูเพียงจำนวน Click หรือ Booking
สรุป Google Hotel Ads vs Performance Max for Travel Goals
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งโรงแรมหรือนักการตลาด ควรกลับมาตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน ว่าแคมเปญที่กำลังใช้งานอยู่นั้นใช้เป็นรูปแบบ หรือ ประเภทไหนอยู่ เมื่อตรวจสอบแล้ว มีแผนที่จะปรับเปลี่ยนเพื่อมาใช้เป็น Google Hotel Ads หรือ Performance Max for Travel Goals ดี เนื่องจากทั้งสองรูปแบบนั้น มีบทบาทและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน โดยสามารถใช้เช็กลิสต์ความแตกต่างได้อีกครั้งจากตารางด้านบน เพื่อเป็นแนวทางในการประเมินก่อนเลือกใช้งานได้
เมื่อเข้าใจความแตกต่างและการทำงานระหว่าง Google Hotel Ads และ Performance Max for Travel Goals แล้วจะช่วยให้ทีมสามารถวางแผนการลงทุนและเลือกใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มงบประมาณให้กับแคมเปญรูปแบบเดิมที่ใช้อยู่ หรือปรับสัดส่วนงบประมาณไปยังอีกประเภทของแคมเปญ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจและผลลัพธ์ที่ต้องการมากที่สุด
ซึ่งหลายโรงแรมอาจพลาดโอกาสในการใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์สำคัญของแต่ละแพลตฟอร์ม เช่น การแสดงราคาและห้องพักบน Google Travel ผ่าน Google Hotel Ads หรือการใช้ AI Optimize ของ Google Performance Max for Travel Goals เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงลูกค้าและสร้างยอดจองเพิ่ม เพียงเพราะความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับความแตกต่างของทั้งสองเครื่องมือ
ดังนั้น การเลือกใช้แคมเปญให้ถูกประเภทหรือตรงตามวัตถุประสงค์ตั้งแต่แรก ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของงบโฆษณา แต่ยังช่วยให้โรงแรมสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตรงจุด และสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้สูงสุดในระยะยาวอีกด้วย
𝐀𝐄𝐂 𝐃𝐢𝐠𝐢𝐭𝐚𝐥 𝐒𝐞𝐫𝐯𝐢𝐜𝐞𝐬 พร้อมให้คำปรึกษาและแนะแนวทางสำหรับธุรกิจของคุณ
»» สนใจติดต่อสอบถามหรือปรึกษา ««
𝐀𝐄𝐂 𝐃𝐢𝐠𝐢𝐭𝐚𝐥 𝐒𝐞𝐫𝐯𝐢𝐜𝐞𝐬
▶️ Tel: 098 251 9491
▶️ Inbox: m.me/aecdigitalservices
▶️ Email: info@aecdigitalservices.com
▶️ Website: www.aecdigitalservices.com




Comments